คำถามที่เจอบ่อยที่สุดหลัง Claude 5.5 ออกมาครบ 3 ขนาดคือ "ควรใช้ตัวไหน" คำตอบสั้นคือ เลือกตามงาน ไม่ใช่ตามความเก่ง เพราะตัวที่เก่งที่สุดไม่ได้คุ้มที่สุดเสมอไป บทความนี้จะพาคิดทีละขั้น ทั้งเรื่องคุณภาพ ความเร็ว และเงิน
ทำความเข้าใจ 3 ตัวก่อน
| Opus 5.5 | Sonnet 5.5 | Haiku 5.5 | |
|---|---|---|---|
| เปรียบเป็น | หัวหน้าช่างฝีมือสูง | ช่างประจำที่เก่งรอบด้าน | ผู้ช่วยมือไว |
| เหมาะกับ | งานซับซ้อน ต้องใช้วิจารณญาณ งานยาวหลายขั้น | งานประจำวันส่วนใหญ่ เขียน แก้ ทำเอกสาร โค้ดที่ขอบเขตชัด | งานซ้ำปริมาณมาก สรุป จัดหมวด ตอบเร็ว |
| ราคาเข้า / ออก (ต่อ 1 ล้าน tokens) | $4 / $20 | $2 / $10 | $0.10 / $0.50 |
| ความเร็ว | เร็วขึ้นจาก Opus 5 กว่า 30% มีโหมด Fast | Sonnet ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมี | เร็วที่สุดในตระกูล |
ราคา Haiku 5.5 สำหรับข้อความไม่เกิน 100,000 tokens ถ้าเกินจะเป็น $0.50 / $2.50
tokens คืออะไร ทำไมต้องสนใจ
tokens คือหน่วยที่โมเดลใช้นับข้อความ ทั้งที่คุณส่งเข้าไป (input) และที่มันตอบกลับ (output) ค่าใช้จ่ายผ่าน API คิดตามจำนวน tokens และ ข้อความออกแพงกว่าข้อความเข้า 5 เท่า ในทุกรุ่น
ถ้าคุณใช้แพ็กเกจรายเดือนอย่าง Pro หรือ Max คุณไม่ได้จ่ายต่อ token โดยตรง แต่ tokens ยังเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะชนเพดานการใช้งานเร็วแค่ไหน หลักคิดในบทความนี้จึงใช้ได้ทั้งสองแบบ
ลองคิดต้นทุนจริง
สมมติงานหนึ่งชิ้น เช่น ให้ Claude อ่านบรีฟ อ่านข้อมูลประกอบ แล้วเขียนบทความหรือบทคลิป ใช้ข้อความเข้า 20,000 tokens และข้อความออก 5,000 tokens

ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณ งานจริงของคุณอาจใช้ tokens มากหรือน้อยกว่านี้
วิธีคิด (Opus 5.5): 20,000 × $4 ÷ 1,000,000 = $0.08 บวก 5,000 × $20 ÷ 1,000,000 = $0.10 รวม $0.18 ต่อชิ้น
ถ้าทำวันละ 100 ชิ้น Opus จะอยู่ราว $18 ต่อวัน Sonnet ราว $9 และ Haiku ไม่ถึง $0.50 ความต่างนี้จะชัดมากเมื่องานมีปริมาณเยอะ
กฎ 4 ข้อในการเลือก
1. เริ่มที่ Sonnet 5.5
สำหรับงานส่วนใหญ่ Sonnet 5.5 คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด คะแนนหลายชุดใกล้ Opus มาก เช่น งานความรู้ในอาชีพ (GDPval-AA) Sonnet 5.5 ได้ 1844 ส่วน Opus 5.5 ได้ 1846 แต่ราคาครึ่งเดียว
2. ขยับขึ้น Opus เมื่องาน "ต้องคิด" จริง
ใช้ Opus 5.5 เมื่อ
- งานยาวหลายขั้นและพลาดแล้วแก้ยาก เช่น ย้ายระบบ ตรวจโค้ดทั้งโปรเจกต์
- ต้องตัดสินใจเชิงวิจารณญาณ เช่น วางกลยุทธ์ วิเคราะห์ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน
- ลอง Sonnet แล้วผลลัพธ์ยังไม่ผ่านซ้ำๆ
3. ลงไป Haiku เมื่องานซ้ำและวัดผลง่าย
Haiku 5.5 เหมาะกับงานที่บอกได้ชัดว่าถูกหรือผิด และทำซ้ำเยอะ เช่น
- จัดหมวดคอมเมนต์ลูกค้า 1,000 ข้อความ
- สรุปไฟล์ประชุมทีละไฟล์
- ดึงชื่อ ราคา วันที่ ออกจากเอกสาร
- ตอบคำถามที่มีคำตอบในฐานข้อมูลอยู่แล้ว
4. ใช้ "ทีม" แทนตัวเดียว
วิธีที่คุ้มที่สุดมักเป็นการผสม ให้ Opus หรือ Sonnet วางแผนและตรวจงาน แล้วส่งงานย่อยจำนวนมากให้ Haiku ทำ Anthropic ออกแบบ Haiku 5.5 ให้ทำหน้าที่ผู้ช่วย (subagent) แบบนี้โดยตรง
ระดับความพยายาม (effort) ก็ปรับได้
โมเดล 5.5 ทุกตัวปรับระดับความพยายามได้ ตั้งแต่ Low, Medium, High, Xhigh ไปจนถึง Max ยิ่งสูงยิ่งคิดละเอียด แต่ใช้ tokens และเวลามากขึ้น
- ใน Claude Code และแอป Sonnet 5.5 เริ่มที่ Medium
- Anthropic รายงานว่า Sonnet 5.5 ที่ระดับ Low หรือ Medium ทำคะแนนบางชุดได้ดีกว่า Sonnet 5 ระดับสูงสุด ในต้นทุนราวหนึ่งในสิบ
คำแนะนำ: ปรับ effort ก่อนเปลี่ยนรุ่น ถ้า Sonnet ที่ Medium ยังไม่พอ ลอง High ก่อนกระโดดไป Opus
ลดต้นทุนด้วย cache
ถ้าคุณส่งข้อความชุดเดิมซ้ำบ่อย เช่น คู่มือแบรนด์หรือคำสั่งระบบที่ยาว การอ่านจาก cache ถูกกว่าข้อความเข้าปกติมาก Sonnet 5.5 อ่าน cache ที่ $0.10 ต่อ 1 ล้าน tokens เทียบกับ $2 ของข้อความเข้าปกติ เครื่องมืออย่าง Claude Code จัดการเรื่องนี้ให้อยู่แล้วในหลายกรณี
สรุปแบบจำง่าย
- ไม่แน่ใจ → Sonnet 5.5
- งานยาก งานสำคัญ → Opus 5.5
- งานเยอะ งานง่าย → Haiku 5.5
- อยากคุ้มที่สุด → หัวหน้า Opus/Sonnet + ลูกทีม Haiku
แหล่งข้อมูล
- Introducing Claude Opus 5.5 (Anthropic)
- Introducing Claude Sonnet 5.5 (Anthropic)
- Introducing Claude Haiku 5.5 (Anthropic)



